
| |
|
|
|
|
|
หลวงปู่ธรรมรังษีพระเกจิดังเมืองช้างมรณภาพ
|
|
หลวงปู่ธรรมรังษีพระเกจิดังแห่งวัดพระพุทธบาทพนมดิน จ.สุรินทร์ มรณภาพแล้วด้วยโรคชรา ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของศิษยานุศิษย์และชาวบ้าน
หลวงปู่ธรรมรังษี อายุ 87 ปี เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทพนมดิน อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ได้มรณภาพลงเมื่อเวลา 22.48 น.ของคืนวันที่ 9 ต.ค. หลังจากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานครและทางคณะกรรมการได้นำศพของหลวงปู่ธรรมรังษีมาประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดพระพุทธบาทพนมดิน และจะมีการจัดพิธีพระราชทานน้ำอาบศพเวลา 16.00 น. วันที่ 11 ต.ค.นี้
หลวงปู่ธรรมรังษี เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทพนมดิน ชื่อเดิมว่า สุวัฒน์ เซ็ง เกิดเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2462 ที่หมู่บ้านเกีย ต.เกีย อ.อธิกเทวเดช หรือ อ.โมงรือแซยในปัจจุบัน จ.พระตะบอง ประเทศกัมพูชา อายุ 14 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร แล้วออกสึกมาช่วยพ่อแม่ทำงานจนอายุครบ 20 ปี จึงอุปสมบทที่วัดเวฬุนารามในประเทศกัมพูชา ได้ฉายาว่า จันทสวัณโณ ขณะอุปสมบทนั้นหลวงปู่ธรรมรังษีได้ปฏิบัติธรรมศึกษาวิทยาคมจากอาจารย์หลาย ๆ รูปจนแก่กล้า กระทั้งปี 2483-2487 เป็นช่วงที่ จ.พระตะบองอยู่ในความปกครองของไทย มีการเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเป็นทางการ หลวงปู้ธรรมรังษีสนใจภาษาไทยและได้ศึกษาจนสามารถ อ่าน พูด และเขียนได้ และได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูธรรมรังษี และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอโมงรือแซย อ.พระตะบองในเวลาต่อมา
จากนั้นปี 2518 ขณะที่สงครามกลางเมืองในประเทศกัมพูชาระอุถึงขั้นวิกฤติวัดต่าง ๆ ถูกทำลาย หลวงปู่ธรรมรังษี จึงออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่าง ๆ และข้ามปอยเปตเข้ามาจำวัดที่วัดป่าเลไลย์ เพื่อขออนุญาตเข้าประเทศไทย โดยจำวัดที่วัดราชสิงขร กรุงเทพมหานครเป็นแห่งแรก โดยพักอยู่กับพระอาจารย์วิโรจน์ เจ้าอาวาส จากนั้นได้จาริกไป อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์
กระทั่งปี 2525 หลวงปู่ธรรมรังษี ได้จำพรรษาอยู่ที่สำนักวิปัสสนากัมฐานวัดบ้านบะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ก่อนจะรับนิมนต์ให้มาอยู่ที่วัดพระพุทธบาทพนมดินและพัฒนาจนร่มเย็นจนถึงปัจจุบัน
ปี 2547 หลวงปู่ธรรมรังษีป่วยด้วยโรคชรามาตลอด กระทั้งเดือน มิ.ย. 2549 อาการป่วยรุนแรงขึ้น คณะกรรมการและลูกศิษย์ได้นำหลวงปู่เข้ารักษาที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร ก่อนจะมรณะภาพอย่างสงบ
|
|
|
พระเครื่องของท่านมีประสบการณ์มาก ทั้งเมตตามหาเสน่ห์+คงกระพันชาตรี+โชคลาภโภคทรัพย์ ฯลฯ
พระลป. มีประสบการณ์มากมาย
เหรียญรุ่น ๑ (ปี ๒๕๓๐) ของหลวงปู่ธรรมรังษี เด็กหนุ่มบ้านลุงปุง ซึ่งมาเป็น รปภ.อยู่ที่อาคาร BBC พลัดตกร่องลิฟท์จากชั้นที่ ๙ ลงมาถึงชั้นที่ ๒ ... ไม่ตาย ไม่เป็นอะไรเลย เพียงร้องบอก "หลวงปู่ช่วยด้วย"
ที่ญี่ปุ่นโทรมาเล่าว่า นักเลงยากูซ่าซึ่งไปเก็บค่าคุ้มครองจากหญิงไทยที่ไปทำงานบริการอยู่ที่ญี่ปุ่น ถึงกับโดดลงจากเตียงนอน บอกมีเด็กผมจุกนุ่งแดงห่มแดงขึ้นมาทับที่หน้าอกคนเล่าบอกว่า เจ้ายากูซ่าคนนี้อาทิตย์หนึ่งจะมาเก็บค่าคุ้มครองจากหญิงไทยชุดนั้นเป็นประจำทุกอาทิตย์ และมันจะถือโอกาสขึ้นมานอนบนเตียงของหญิงคนที่โทรมาเล่า มันไม่นับถือพระที่หญิงไทยสั่งเช่าบูชามาจากเมืองไทย มันมักจะเอาเท้าพาดไปทางหัวนอนที่มีพระอยู่เป็นประจำที่มาหา หญิงไทยคนนั้น ก็เลยเปรยๆ บอกกุมารในใจว่า พ่อกุมารแสดงฤทธิ์ให้อ้ายยากูซ่ามันเห็นสักที เท่านั้นเองยากูซ่าโดดลงจากเตียงด้วยสีหน้าตกใจ บอกมีเด็กนุ่งแดงห่มแดงมานั่งทับอกมัน
ไม่เฉพาะเท่านั้นนะครับ เหรียญรุ่น 1 (หยดน้ำ) ฟ้าผ่าเด็กเลี้ยงควายที่ ต.ทุ่งกุลา อ.ท่าตูม ไม่ตายครับเหลือแต่เหรียญกับตัวเด็ก นอกนั้นไหม้หมด ไม่ตายครับสอบถามเจ้าหน้าที่ รพ.ท่าตูมได้ วัยรุ่นบ้านลุงปุง ใน.ท่าตูม ถูกแทงไม่เข้าครับ พุทธคุณเหรียญรุ่นแรกท่าน ครบเครื่องครับ
ถ้ามีเลี่ยมทองอาราธนาขึ้นคอได้เลยครับ แต่ของปลอมระบาดมาก คนท่าตูมหวงที่สุดก็รุ่นนี้แหละครับจะบอกให้ จำนวนการสร้าง ราวๆ 2,999 เหรียญครับ สังฆราชกัมพูชาเคยเสด็จมาแบบเงียบๆมาหาท่านนะครับ ท่านไม่ธรรมดาจริงๆ มีเมตตาสุดๆทุกรุ่นที่ทันท่านเสก มีแคล้วคลาด มีคงกระพัน เท่าที่ทราบประวัติรุ่นที่เด่นด้านคงกระพัน จะมี เหรียญรุ่น 1 (หยดน้ำปี30) , เสือเนื้อสำริดปี 39 (มีแค่ 550 ตัว ไม่ตอกโค๊ด 21 ตัว) ที่เด่นด้านนี้ ติดตามศึกษาประวัติ วัตถุมงคลท่านได้ที่ www.green-amulet.com
ผมก็มีเหรียญรุ่นบารมีได้รับจากมือหลวงปู่ตอนที่หลวงปู่ไปส่งสังฆราชเขมรที่สนามบินอำเภอสตึก
ผมเป็นคนสุรินทร์ไปสอบเข้ารับราชการที่ม.ขอนแก่นเมื่อพ.ศ.2531สอบผ่านข้อเขียน 2 คนจากทั้งหมด27คน รับแค่ 1 ตำแหน่ง ยายอยู่ อ.ท่าตูมพาไปหาหลวงปู่ คืนนั้นหลวงปู่ทำพิธีให้ และให้คาถากับนำมนต์ 1 ขวดให้ดื่มและท่องก่อนเข้าสอบสัมภาษณ์ มกราคม2532ประกาศผลสอบได้ทั้ง2คน ได้รับราชการปรับซี 3 ผมลาบวชที่วัดเขาดิน 1 พรรษาช่วงจำพรรษาเป็นคนทำแผนที่วัดส่งกรมศาสนา เพื่อขออนุญาตจากวัดป่าเป็นวัดบ้าน ได้ทำงานทุกวันนี้ก็ด้วยความเมตตาบารมีจากหลวงปู่ธรรมรังษี เก็บสะสมเหรียญหลวงปู่พอสมควร ได้เหรียญรุ่นแรกก็ตอนบวชจะเก็บไว้ด้วยความภาคภูมใจ
หลวงปู่หัวเราะ มีอยู่วันหนึ่งหลวงปู่รับแขกอยู่ที่ศาลาใหญ่ตามปกติ มีญาติโยมเข้ามาหาหลวงปู่2คณะ คนแรกบอกให้หลวงปู่ช่วยด้วยวันนี้เป็นวันชะตาขาดของผมขอให้หลวงปู่ช่วยผมด้วย คนที่2กราบหลวงปู่ช่วยผมด้วยผมเปิดกิจการขายโลงศพขายไม่ได้เลยให้หลวงปู่แผ่เมตตาให้ด้วย หลวงปู่พอได้ทราบความประสงค์ของคนทั้ง2คณะ หลวงปู่ยิ้มแล้วก็หัวเราะ แล้วก็แผ่เมตตาทั้ง2คณะไป นั่นแหละเป็นครั้งแรกที่เห็นหลวงปู่หัวเราะ
หลวงปู่เป็นกำลังใจที่สำคัญมากในขณะที่กำลังท้อแท้ แล้วหลวงปู่ก็ช่วยได้จริงๆ
ปัจจุบัน ผมห้อยรูปหล่อมหาเศรษฐี ปี 40 อุดผงพรายอยู่ครับ พุทธคุณด้านเมตตามหานิยมและโชคลาภสุดยอดครับ จากคนไม่ค่อยมีดวงด้านโชคลาภแต่ก็กลับถูกหวยแบบฟลุ๊ก ๆ ได้เหมือนกันครับ
ครั้งหนึ่งรถยนต์ผมหายขอพรจากหลวงปู่ให้ได้รถคืนแล้วพรนั้นก็ส่งผลให้ผมได้รถยนต์คืนขนาดหายไปตั้ง3เดือนเมื่อต้นปี2553
นาย ประสิทธิ์ แก้วแสง
บ้านสำโรง ต.โพนครก
อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์